สื่อวิทยุมีข้อดีต่อผู้บริโภคอย่างไร

image_116201342004AM

สื่อวิทยุทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข่าวสารได้อย่างทั่วถึงได้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือในรถ จึงทำให้การนำเสนอข่าวสารประเภทวิทยุจึงมีโอกาสมากกว่าสื่อชนิดอื่นๆ นอกจากนี้สถานีวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทยมีอยู่ทั่วไป ทั้งสถานีที่ส่งกระจายเสียงครอบคลุมทั่วประเทศและสถานีที่ส่งกระจายเสียงเฉพาะท้องถิ่น อีกทั้งยังครอบคลุมในหลายๆพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สื่อวิทยุยังได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีของสื่อวิทยุ มีดังนี้

1.ครอบคลุมในหลายๆพื้นที่ มีจำนวนสถานีมาก ทำให้การส่งข่าวสารทั่วถึงได้ทุกมุมโลก

2.ด้วยความรวดเร็วทำให้ผู้ฟังรับรู้ข่าวสารแบบทันท่วงที ไม่แพ้สื่อด้านอื่นๆ

3.น้ำเสียง ลีลาในการพูดของผู้ส่งสาร ทำให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการคล้อยตามได้ง่าย

4.เป็นสื่อที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับสื่ออื่น ๆ ทำให้สามารถสร้างความถี่และการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า

5.สามารถเลือกกลุ่มผู้ฟัง เลือกเวลาให้เหมาะสมตามสถานการณ์ปัจจุบันได้

6.เป็นสื่อที่มีความยืดหยุ่น ผู้โฆษณาสามารถปรับเปลี่ยนข้อความโฆษณาให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

7.สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่อ่านหนังสือไม่ออก สามารถใช้การฟังแทนการดูได้

8.ให้ความรู้สึกเป็นกันเองกับผู้ฟัง สร้างความใกล้ชิด ซ้ำยังพกติดตัวได้ตลอดเวลา

9.สามารถฟัง และทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกันได้ เช่น ทำงานอยู่ก็สามารถฟังข่าวสารไปด้วยได้

ข้อจำกัดของสื่อวิทยุ มีดังนี้

1.เนื่องจากไม่สามารถแสดงภาพได้ ทำให้มีข้อจำกัดในการนำเสนอ ชักจูงผู้ฟังได้ไม่ดีเท่าสื่ออื่นๆ

2.หากผู้ฟังพลาดบางรายการ ด้วยอายุของข่าวที่สั้น จะไม่สามารถกลับมาฟังซ้ำได้อีก

3.มีการแบ่งแยกกลุ่มผู้ฟัง เพราะมีรายการให้เลือกฟังมาก ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้หลายสถานี อาจทำให้พลาดข่าวสารที่นำเสนอ

4.ยากต่อการเลือกเวลาและสถานี เพราะมีจำนวนสถานที่มาก จึงเกิดความยุ่งยาก

5.วิทยุกระจายเหมาะที่จะเป็นสื่อเสริมโดยการโฆษณาให้บ่อยเพื่อเตือนความจำมากกว่า เพราะสื่อวิทยุโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ข้อมูลมีความทันสมัย สามารถสร้างความถี่ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ อีกทั้งยังสามารถเลือกสถานี รายการและเวลาที่เหมาะสมสอดคล้องกับสินค้าหรือบริการ ส่งเสริมประสิทธิภาพได้มากขึ้น

คุณลักษณะของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในการเสนอข่าวสาร

วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีคุณลักษณะเหมาะสมในการนำเสนอข่าวใน 3 ด้าน ได้แก่ ความฉับไวในการเสนอข่าวสาร ความน่าเชื่อถือในการสื่อสาร และการเข้าถึงผู้รับสาร ดังนี้

1 ความฉับไวในการเสนอข่าวสาร ความฉับไวในการเสนอข่าวสารเป็นความจำเป็นเนื่องจากจำทำให้ผู้รับสาร รับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว หากข่าวสารนั้นเป็นข่าวสารที่ต้องการการแก้ไขจะทำให้ผู้รับสารสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที เช่น การแจ้งข่าว ภยันตราย หรือข่าวสารในยามที่บ้านเมืองอยู่ระหว่างกา รจลาจลการแจ้งข่าวสารอย่างทันท่วงที จะช่วยให้คนรับรู้เหตุการณ์ และปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ได้อย่างทันท่วงทีได้

2 ความน่าเชื่อถือในการเสนอข่าวสาร วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ทำให้ผู้รับสารเกิดความรู้สึกเชื่อถือที่นำเสนอ ในลักษณะที่ต่างกัน กล่าวคือ การนำเสนอข่าวทางวิทยุกระจายเสียงเป็นการนำเสนอด้วยภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจ สั้น กระชับ และชัดเจนตามหลักของภาษาวิทยุกระจายเสียงทำให้ผู้ฟังเข้าใจเหตุการณ์ที่นำเสนอโดยไม่ถูกหันเหความสนใจด้วยภาพ จึงทำให้การนำเสนอข่าวทางวิทยุกระจายเสียงเป็นการนำเสนอที่มีพลัง ส่วนความน่าเชื่อถือของข่าวทางวิทยุโทรทัศน์เกิดจากความรู้สึก เหมือนได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ได้สัมผัสเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากภาพข่าว นอกจากนั้นผู้รายงานข่าวทางโทรทัศน์ยังมีผล ต่อความน่าเชื่อถือของข่าว โดยการใช้น้ำเสียง ภาษา การแต่งกาย กิริยาท่าทาง เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหาของข่าว

3 การเข้าถึงผู้รับสาร ปัจจุบันประชาชนแทบทุกครัวเรือนมีสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ไว้ในครอบครอง การเข้าถึงผู้รับสารจึงไม่ใช่ปัญหาของวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์อีกต่อไป แต่ข้อจำกัดน่าจะเป็นเรื่องของความสะดวกในการรับฟัง และรับชมมากกว่าวิทยุกระจายเสียงได้เปรียบตรงที่พกพาง่าย สามารถเปิดรับฟังได้ตลอดเวลาขณะทำธุรกิจอย่างอื่นไปด้วย เช่น ขณะทำอาหาร ทำงานบ้าน หรือขับรถ เป็นต้น

สื่อวิทยุกระจายเสียงมีหน้าที่เป็นสื่อหลักเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน

วิทยุกระจายเสียงเป็นสื่อมวลชนที่สำคัญและได้รับความนิยมจากประชาชนโดยทั่งไป วิทยุกระจายเสียงเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่มีกำลังชักชวนแรง การส่งกระจายเสียงบางครั้งเมื่อประกาศหรือโฆษณาอาจจะไม่เป็นที่สนใจของผู้ฟังเลย ซึ่งบางครั้งขึ้นอยู่กับปัญหาที่ว่ารายการวิทยุนั้นให้การเร้าใจและสร้างความเข้าใจแก่ผู้ฟังได้มากน้อยเพียงใด ต่อเมื่อได้ยินอยู่บ่อยๆหรือได้ยินซ้ำๆเข้าก็จะค่อยโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเห็นคล้อยตามหรือกระตามได้ วิทยุกระจายเสียงมีความสำคัญในทุกโอกาส วิทยุมิอิทธิผลทั้งในทางบวกและทางลบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้เป็นเครื่องมือ ไม่ว่าในยามสงบหรือยามสงครามเราก็สามารถรับประโยชน์จากวิทยุได้ในโอกาสต่างๆ เช่น ความบันเทิง ความรู้ การแสดง ความคิดเห็น และถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ

การให้ความรู้และการศึกษาเป็นบทบาทที่สำคัญยิ่งของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานเบื้องต้นของการพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน สื่อมวลชนสามารถที่จะทำหน้าที่ในการให้ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการปรับตัวของประชาชนให้เข้ากับการพัฒนาสังคมได้ โดยการให้ความรู้แก่ประชาชนทั้งในเรื่องการ่านออกเขียนได้ การปรับปรุงการกินอยู่ และการประกอบอาชีพ สื่อมวลชนมีหน้าที่ในการให้ความรู้และการศึกษาแก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยถ่ายทอดวิชาความรู้ เพื่อพัฒนาบุคคลทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน เราสามารถได้รับความรู้รอบตัว ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพตลอดจนวิทยาการใหม่ๆจากรายการวิทยุ กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ในขณะเดียวกันรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ก็สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อหลัก หรือสื่อเสริมของการเรียนการสอนในห้องเรียนได้เช่นกัน

ปัจจุบันนี้ได้เกิดประเด็นสำคัญที่เป็นผลกระทบทั้งทางด้านดีและไม่ดีจากการรับการสื่อสารผ่านทางวิทยุกระจายเสียง เนื่องจากเป็นสื่อที่มีการเข้าถึงผู้ฟังได้มากกว่าสื่ออื่น จึงทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงรูปแบบของรายการวิทยุเพิ่มขึ้น จนเกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงระหว่างคลื่นรายการด้วยกัน ที่เป็นการกระทำเพื่อธุรกิจและผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ใช่เพื่อการบริการ จนทำให้เกิดประเด็นสำคัญในด้านต่างๆในสังคมปัจจุบัน เกี่ยวกับการสื่อสารผ่านทางวิทยุกระจายเสียง ซึ่งประชาชนผู้ฟังข่าวสารทางวิทยุย่อมมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นด้านลักษณะทางประชากรศาสตร์ หรือทัศนคติ เจตคติในการมองเรื่องต่าง การแปลความหมายของสารอาจจะแตกต่างกัน ซึ่งสื่อจึงเป็นสิ่งสำคัญในการส่งข่าวสารที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ผู้ฟัง

สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจะส่งผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจสื่อวิทยุในหลายๆด้าน

26

การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกระจายเสียงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้าและภาพลักษณ์ขององค์กร หลายหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณเพื่อการลงทุนทางด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ขณะที่บางหน่วยงานมองว่าการลงทุนทางด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกระจายเสียงนั้นยังไม่มีความจำเป็น เนื้อหาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่แพร่กระจายผ่านไปยังสื่อมวลชนนั้น ส่งผลต่อปัจจัยการก่อตัวทางวัฒนธรรมโลก และการบริโภคตราสินค้าเดียวกัน หรือที่เรียกว่าลัทธิบริโภคโดยขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะ หรือบริบททางสังคมของประเทศนั้น เนื่องจากสื่อกระจายเสียงเปรียบดังสถาบันทางสังคมสถาบันหนึ่ง ที่มีการปรับเปลี่ยนตามลักษณะเฉพาะประจำชาตินั้น

สื่อวิทยุยังคงเป็นสื่อหลักอีกสื่อหนึ่งของกลุ่มคนจำนวนมากอยู่ ทั้งคนเมืองที่ฟังวิทยุในระหว่างที่ประสบกับปัญหาการจราจรติดขัดอยู่บนท้องถนน ทั้งคนนอกเมืองที่อาศัยการฟังวิทยุในขณะทำงานหรือในช่วงเวลาว่าง เนื่องจากสื่อวิทยุเป็นสื่อที่มีราคาถูก เป็นความบันเทิงที่หาได้ง่ายตามเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ฟังอาจจะมีการเปลี่ยนช่องทางการฟังวิทยุไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการฟังวิทยุผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และอินเทอร์เน็ต จึงทำให้ยังคงมีผู้ประกอบการสินค้าบางกลุ่มสนใจที่จะซื้อช่วงเวลาในการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุอยู่ ซึ่งค่าโฆษณาถือได้ว่าเป็นรายได้หลักของการทำธุรกิจวิทยุในยุคนี้ สัดส่วนการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา พบว่ามีสัดส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุสำคัญมาจากการฟังเพลงผ่านสื่อดิจิตอลแทน เช่น ซีดี หรือ เอ็มพี 3 แทนการฟังเพลงผ่านสื่อวิทยุ ส่งผลให้จำนวนผู้ฟังวิทยุลดลงตามลำดับ จากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในปี 2552 คาดว่าจะส่งผลกับการโฆษณาของธุรกิจสื่อวิทยุเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคลื่นวิทยุเปิดใหม่ที่ไม่มีฐานผู้ฟังมาก่อน และไม่มีธุรกิจสื่ออื่นๆในเครือข่ายคอยสนับสนุนในด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์

แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจะส่งผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจสื่อวิทยุในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น การถูกตัดงบด้านโฆษณา และระงับการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมต่างๆของผู้ประกอบการสินค้าในรายการวิทยุ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อวิทยุก็น่าจะยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เนื่องจากสื่อวิทยุยังถือเป็นสื่อที่สามารถสร้างกระแสให้กับผู้ฟังได้อย่างมากและยังเป็นสื่อโฆษณาที่มีราคาถูกเมื่อเทียบกับสื่อบางชนิด จากประเด็นนี้ดิฉันคิดว่าการจัดรายการวิทยุก็เหมือนกับการทำรายการโทรทัศน์เพราะทั้งสองอย่างรายได้หลักมาจากการค่าโฆษณาสินค้าและบริการที่เป็นการซื้อช่วงเวลาผ่านสื่อดังกล่าว เห็นได้ว่าจากการจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆของทางคลื่นวิทยุ ก็ต้องมีผู้สนันสนุนการจัดงาน ดิฉันว่ารายได้จากค่าโฆษณาเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คลื่นรายการวิทยุยังคงดำเนินต่อได้

การรับฟังวิทยุในประเทศไทยยังคงใช้ระบบอนาล็อกในการรับส่งสัญญาณ

ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการรับชมทีวีระบบอนาล็อกมาเป็นดิจิตอลอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหลายบ้านก็สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้แล้ว แต่นอกจากทีวีดิจิตอลแล้ว อีกไม่นานนี้เรากำลังจะมี “วิทยุดิจิตอล”ด้วยเช่นกัน ซึ่งการรับฟังวิทยุอนาล็อกแบบเดิมในปัจจุบันในปัจจุบันนั้น ปัญหาที่ผู้ฟังทุกคนต้องได้พบคือ ไม่สามารถรับฟังได้อย่างชัดเจน มักมีคลื่นแทรก และไม่สามารถรับฟังข้ามจังหวัดได้ ทำให้การรับฟังวิทยุนั้นจำกัดอยู่แค่ในชุมชน หรือในจังหวัด แต่อีกไม่กี่ปีข้างนี้การฟังวิทยุจะไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไปและจะมีประสิทธิภาพพร้อมความสามารถที่มากขึ้น เมื่อสำนักงานกสทช.กำลังมีแผนการที่จะรับส่งสัญญาณวิทยุในระบบดิจิตอล

ปัจจุบันการรับฟังวิทยุในประเทศไทยยังคงใช้ระบบอนาล็อกในการรับส่งสัญญาณ ซึ่งใช้คลื่นความถี่ในย่าน FM และ AM โดยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับฟังวิทยุกระจายเสียงในระบบอนาล็อกคือ ไม่สามารถรับฟังได้ชัดเจน และมีปัญหาจากการรบกวนสัญญาณจากวิทยุชุมชนที่มีการใช้งานคลื่นความถี่ในย่าน FM จำนวนมาก การเริ่มระบบการส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิตอลจึงเป็นปัจจัยที่สามารถแก้ไขปัญหาการรับฟังวิทยุได้ เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานคลื่นความถี่วิทยุ สามารถรองรับรายการวิทยุได้มากขึ้นถึง 6 – 18 รายการ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีระบบอนาล็อก ส่งผลให้การรับฟังวิทยุสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น จากเดิมที่สามารถรับฟังได้เฉพาะบางพื้นที่เช่น กรุงเทพมหานคร ก็จะสามารถรับฟังได้ในระดับประเทศ  และอาจทำให้สัดส่วนจำนวนครัวเรือนที่รับชมรายการวิทยุมีมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถให้บริการข้อมูล (Data Broadcasting) ไปพร้อมกับสัญญาณเสียง คือ สามารถฟังวิทยุไปพร้อมๆดูข้อความหรือดูภาพ (ภาพนิ่ง หรือ Slide) บนหน้าจอวิทยุดิจิตอลได้ ทำให้ผู้บริโภคสามารถได้รับข่าวสาร หรือข้อมูลเพิ่มเติมจากเนื้อหารายการที่รับชม

สำนักงานกสทช. จึงมีแผนการเริ่มการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงระบบดิจิตอลภายใน 2 ปี โดยจะมีหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิตอลภายใน 3 ปี และมีการเริ่มรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิตอลภายใน 4 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนครับเรือนในเมืองใหญ่ที่สามารถรับสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิตอลได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ  80 ภายใน 5 ปี