ขาลงวิทยุชุมชน – รายใหม่เกิดยากถ้ารัฐไม่สนับสนุน

การต่อสู้เรี่องวิทยุชุมชนมีมา 15 ปีแล้ว ตอนแรกกฎหมายก็เขียนว่าห้ามโฆษณา ดังนั้นการจะอยู่ได้ต้องได้รับการสนับสนุน ที่ผ่านมา วิทยุชุมชนก็ดิ้นรนทุกทางเพื่อหาเงินเข้าสถานี ซึ่งโดยปกติจะมีค่าใช้จ่ายราว 2,000-20,000 บาท/เดือน ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแอร์ เมื่อไม่มีการสนับสนุนที่เป็นจริง ก็เริ่มมีวิทยุชุมชนถามตัวเองว่าจะทำกันไปเพื่ออะไร ยิ่งหลังเกิด คสช.ขึ้น วิทยุชุมชนที่กลับมาออกอากาศได้ก็มีเพียง 200 สถานีเท่านั้น

การจัดระเบียบโดยไม่สนับสนุนอะไรเลย ทำให้วิทยุชุมชน แม้แต่รุ่นแรกๆ ก็ไปกันเยอะจึงเสนอว่าถ้าจะให้อยู่ได้
1.ต้องทำให้เขาเข้าถึงกระบวนการออกใบอนุญาตมากกว่านี้
2.การสนับสนุนต้องมีมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา 15 ปี ไม่มีเลย
3.การกำกับดูแลจะต้องจริงจังมากกว่านี้ เพื่อล้างภาพลักษณ์ว่าวิทยุชุมชน เป็นวิทยุการเมืองหรือวิทยุขายของ ส่วนตัวเห็นด้วยกับการกำกับดูแลร่วม (co-regulation)

“ต้องยอมรับว่าช่วงนี้เป็นขาลงของวิทยุชุมชน วิทยุรายใหม่แค่ 1 นิติบุคคล บางทีเป็นเจ้าของ 10-20 สถานี เพราะกฏหมายไม่ได้กำหนดเพดานไว้ว่าให้ถือได้เท่าไร ทำให้วิทยุชุมชนรายใหม่แทบไม่มี เพราะคลื่นไม่เหลือ แล้วยังไม่มีการเอาคลื่น FM คืนมาจัดสรรใหม่”

การส่งเสริมยังคงเน้นเรื่องตัวเงิน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญว่าจะรุ่งหรือร่วง ที่ผ่านมาเราหวังกับกองทุน กสทช. แต่เขียนคำขอไปเป็นหลักล้าน ช่วงแรกเขาก็ไม่ให้ เพราะบอกว่าคุณได้แค่ใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการเท่านั้น ยังไม่ได้ใบอนุญาตจริงๆ แม้ช่วงหลังจะเปลี่ยนคำอธิบายว่าเดี๋ยวจะพิจารณาให้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีเงินมาถึงวิทยุชุมชนเลย จึงอยากให้มีกำลังเสริมเข้ามาเร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นหลายสถานีจะต้องปิดตัว ทั้งนี้ วิทยุชุมชนแต่ละที่ก็ต้องการการสนับสนุนที่แตกต่างกัน ถ้าอยู่ในชนบทอาจจะไม่กี่พัน ถ้าอยู่ในตัวเมืองอาจจะหมื่นต้นๆ จึงควรวางกรอบให้ชัดว่าจะสนับสนุนเท่าไร

“วิทยุรายใหม่ 3 ประเภท ถ้าปล่อยให้วิ่งในลู่เดียวกัน สุดท้ายวิทยุชุมชนจะถูกเบียดตกขอบสนาม เพราะหารายได้ไม่ได้ ผมคิดว่ายังมีหลายคนอาจทำวิทยุชุมชนแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร จึงอยากให้ กสทช.กำหนดวิธีการสนับสนุนที่ชัดเจน”

กระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เหมาะสมกับวิทยุชุมชนในอนาคต

กระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เหมาะสมกับวิทยุชุมชนในอนาคต คือ จัดทำระบบ Radio Broadcasting Network ที่มีเครือข่าย Nationwide ซึ่งจะสอดคล้องกับวิทยุท้องถิ่น Local Broadcasting Network มากที่สุด โดยใช้ระบบการแบ่ง Zoning คลื่นความถี่สูง ( FM ) เนื่องมีการรบกวนของสัญญาณน้อยกว่า AM และการจัด Zoning จะสามารถซอยแบ่งระดับ คลื่นความถี่ให้แตกต่างกัน ในแต่ล่ะท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกันตามกระบวนการ ทั้งภาคส่งและภาครับ อีกอย่างถ้าหากกล้าที่จะนำระบบเทคโนโลยีดิจิตอล ( Digital Radio Broadcasting Technology ) ซึ่งเป็นเทคโลยีใหม่ที่ให้คุณภาพเสียงแจ่มชัดและคมชัดสูงกว่าแล้ว ยังช่วยให้เกิดการแบ่งซอยคลื่นได้มากขึ้นอีกด้วย หรือมากกว่าระบบอนาล็อค (Analog ) ซึ่งเป็นระบบเดิม เพียงแต่ว่า หากเปลี่ยนแปลงมาสู่ระบบดิจิตอล ย่อมกระทบต่อระบบการสื่อสารวิทยุในระยะแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องเปลี่ยนแปลงทั้งเครื่องมือส่งและเครื่องรับ(ผู้ฟังตามบ้าน) ด้วย ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลสมควรพิจารณาถี่ถ้วน เพื่อจะได้หาแนวทางลงทุนและพัฒนาอย่างเร่งด่วนและรัดกุม เนื่องจากมูลค่าการพัฒนาไปสู่คุณภาพครั้งนี้ต้นทุนค่อนข้างสูงจริง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่รัฐบาลจะนำมากล่าวอ้างว่า ไม่มีเงินและยังทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ทำให้สิทธิของภาคประชาชนเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมจริง

ทีมงานการจัดรายการและบริหารสื่อวิทยุและสื่อภาคประชาชน ต้องคำนึงเรื่องจรรยาบรรณความเป็นนักวิชาชีพ ให้มาก ต้องร่างธรรมนูญการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้บรรทัดฐาน มาเป็นหลักปฏิบัติร่วมกัน ว่าสื่อสาธารณะนั้นควรดำเนินไปอย่างไร เนื่องจากถ้าเราไม่เร่งรีบวางกระบวนการคุ้มครองการสื่อสารของชุมชนให้เข้มแข็ง ในอนาคตกระแสโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะอเมริกาจะเอาเรื่องวิทยุชุมชนขึ้นมาผลักดันบนเวทีการค้าโลก ผ่านเงื่อนไขการค้า พุ่งเป้าหมายการรุกครอบสื่อ หรือเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ได้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ชุมชน มีเกราะกำบังการทะลุทะลวงของสื่อทุนชาติและสื่อครอบงำจากกระแสโลกาภิวัตน์ ได้บ้าง และทำอย่างไรจะให้สื่อทางเลือกขนาดเล็ก มีความอิสระเป็นสื่อสาธารณะและจัดการโดยเราเองและเพื่อเราเองด้วย

ดังนั้นหัวใจของสื่อภาคประชาชน ก็คือ กระจายอำนาจการสื่อสาร สร้างกระบวนการเรียนรู้และเพิ่มช่องทางการนำเสนอ พลังความคิดของประชาชนไปสู่ประชาชน สื่อทางเลือกรูปแบบใหม่หรือสื่อภาคประชาชน ทั้งสื่อ วิทยุชุมชน ทีวีชุมชน หรืออินเตอร์เน็ตชุมชน จึงต้องการมากกว่ารูปแบบที่อย่างที่ผ่านๆ มา ซึ่งเป็นรูปแบบที่สามารถปฏิบัติออกมาอย่างมีผลสะท้อน ต่อสังคม ต่อชุมชน และเป็นผลสะท้อนที่สังคมยอมรับว่าดีมีประโยชน์ เหล่านี้คือภารกิจหลัก และภารกิจเร่งด่วนคือ เร่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุฯ ในส่วนของภาคประชาชนเองให้ไวที่สุด ส่วนรูปแบบของสื่อภาคประชาชนเองก็ต้องคิดให้มากและต้องทำให้ได้จริง เพื่อมาสู่การยอมรับและเชื่อมั่นจากสังคม และร่วมเป็นพลังหนุนเสริมให้ภาคประชาชนเข้มแข็งได้ ที่สำคัญการรูปขบวนสื่อภาคประชาชนต้องจัดระบบการคิด การทำงาน การนำเสนอให้ชัดเจน มีเอกสาร มีงานวิจัย ชี้แจงยืนยันถึงผลดีผลเสียจากการปฏิบัติงาน ไม่เช่นนั้นสื่อทางเลือกอย่างวิทยุชุมชน ก็อาจจะเป็นตัวแปรหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในด้านสิทธิขึ้นระหว่างคนมีและคนไม่มี เช่นกัน

สื่อวิทยุมีข้อดีต่อผู้บริโภคอย่างไร

image_116201342004AM

สื่อวิทยุทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข่าวสารได้อย่างทั่วถึงได้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือในรถ จึงทำให้การนำเสนอข่าวสารประเภทวิทยุจึงมีโอกาสมากกว่าสื่อชนิดอื่นๆ นอกจากนี้สถานีวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทยมีอยู่ทั่วไป ทั้งสถานีที่ส่งกระจายเสียงครอบคลุมทั่วประเทศและสถานีที่ส่งกระจายเสียงเฉพาะท้องถิ่น อีกทั้งยังครอบคลุมในหลายๆพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สื่อวิทยุยังได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีของสื่อวิทยุ มีดังนี้

1.ครอบคลุมในหลายๆพื้นที่ มีจำนวนสถานีมาก ทำให้การส่งข่าวสารทั่วถึงได้ทุกมุมโลก

2.ด้วยความรวดเร็วทำให้ผู้ฟังรับรู้ข่าวสารแบบทันท่วงที ไม่แพ้สื่อด้านอื่นๆ

3.น้ำเสียง ลีลาในการพูดของผู้ส่งสาร ทำให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการคล้อยตามได้ง่าย

4.เป็นสื่อที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับสื่ออื่น ๆ ทำให้สามารถสร้างความถี่และการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า

5.สามารถเลือกกลุ่มผู้ฟัง เลือกเวลาให้เหมาะสมตามสถานการณ์ปัจจุบันได้

6.เป็นสื่อที่มีความยืดหยุ่น ผู้โฆษณาสามารถปรับเปลี่ยนข้อความโฆษณาให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

7.สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่อ่านหนังสือไม่ออก สามารถใช้การฟังแทนการดูได้

8.ให้ความรู้สึกเป็นกันเองกับผู้ฟัง สร้างความใกล้ชิด ซ้ำยังพกติดตัวได้ตลอดเวลา

9.สามารถฟัง และทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกันได้ เช่น ทำงานอยู่ก็สามารถฟังข่าวสารไปด้วยได้

ข้อจำกัดของสื่อวิทยุ มีดังนี้

1.เนื่องจากไม่สามารถแสดงภาพได้ ทำให้มีข้อจำกัดในการนำเสนอ ชักจูงผู้ฟังได้ไม่ดีเท่าสื่ออื่นๆ

2.หากผู้ฟังพลาดบางรายการ ด้วยอายุของข่าวที่สั้น จะไม่สามารถกลับมาฟังซ้ำได้อีก

3.มีการแบ่งแยกกลุ่มผู้ฟัง เพราะมีรายการให้เลือกฟังมาก ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้หลายสถานี อาจทำให้พลาดข่าวสารที่นำเสนอ

4.ยากต่อการเลือกเวลาและสถานี เพราะมีจำนวนสถานที่มาก จึงเกิดความยุ่งยาก

5.วิทยุกระจายเหมาะที่จะเป็นสื่อเสริมโดยการโฆษณาให้บ่อยเพื่อเตือนความจำมากกว่า เพราะสื่อวิทยุโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ข้อมูลมีความทันสมัย สามารถสร้างความถี่ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ อีกทั้งยังสามารถเลือกสถานี รายการและเวลาที่เหมาะสมสอดคล้องกับสินค้าหรือบริการ ส่งเสริมประสิทธิภาพได้มากขึ้น

คุณลักษณะของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในการเสนอข่าวสาร

วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีคุณลักษณะเหมาะสมในการนำเสนอข่าวใน 3 ด้าน ได้แก่ ความฉับไวในการเสนอข่าวสาร ความน่าเชื่อถือในการสื่อสาร และการเข้าถึงผู้รับสาร ดังนี้

1 ความฉับไวในการเสนอข่าวสาร ความฉับไวในการเสนอข่าวสารเป็นความจำเป็นเนื่องจากจำทำให้ผู้รับสาร รับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว หากข่าวสารนั้นเป็นข่าวสารที่ต้องการการแก้ไขจะทำให้ผู้รับสารสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที เช่น การแจ้งข่าว ภยันตราย หรือข่าวสารในยามที่บ้านเมืองอยู่ระหว่างกา รจลาจลการแจ้งข่าวสารอย่างทันท่วงที จะช่วยให้คนรับรู้เหตุการณ์ และปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ได้อย่างทันท่วงทีได้

2 ความน่าเชื่อถือในการเสนอข่าวสาร วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ทำให้ผู้รับสารเกิดความรู้สึกเชื่อถือที่นำเสนอ ในลักษณะที่ต่างกัน กล่าวคือ การนำเสนอข่าวทางวิทยุกระจายเสียงเป็นการนำเสนอด้วยภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจ สั้น กระชับ และชัดเจนตามหลักของภาษาวิทยุกระจายเสียงทำให้ผู้ฟังเข้าใจเหตุการณ์ที่นำเสนอโดยไม่ถูกหันเหความสนใจด้วยภาพ จึงทำให้การนำเสนอข่าวทางวิทยุกระจายเสียงเป็นการนำเสนอที่มีพลัง ส่วนความน่าเชื่อถือของข่าวทางวิทยุโทรทัศน์เกิดจากความรู้สึก เหมือนได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ได้สัมผัสเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากภาพข่าว นอกจากนั้นผู้รายงานข่าวทางโทรทัศน์ยังมีผล ต่อความน่าเชื่อถือของข่าว โดยการใช้น้ำเสียง ภาษา การแต่งกาย กิริยาท่าทาง เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหาของข่าว

3 การเข้าถึงผู้รับสาร ปัจจุบันประชาชนแทบทุกครัวเรือนมีสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ไว้ในครอบครอง การเข้าถึงผู้รับสารจึงไม่ใช่ปัญหาของวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์อีกต่อไป แต่ข้อจำกัดน่าจะเป็นเรื่องของความสะดวกในการรับฟัง และรับชมมากกว่าวิทยุกระจายเสียงได้เปรียบตรงที่พกพาง่าย สามารถเปิดรับฟังได้ตลอดเวลาขณะทำธุรกิจอย่างอื่นไปด้วย เช่น ขณะทำอาหาร ทำงานบ้าน หรือขับรถ เป็นต้น

สื่อวิทยุกระจายเสียงมีหน้าที่เป็นสื่อหลักเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน

วิทยุกระจายเสียงเป็นสื่อมวลชนที่สำคัญและได้รับความนิยมจากประชาชนโดยทั่งไป วิทยุกระจายเสียงเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่มีกำลังชักชวนแรง การส่งกระจายเสียงบางครั้งเมื่อประกาศหรือโฆษณาอาจจะไม่เป็นที่สนใจของผู้ฟังเลย ซึ่งบางครั้งขึ้นอยู่กับปัญหาที่ว่ารายการวิทยุนั้นให้การเร้าใจและสร้างความเข้าใจแก่ผู้ฟังได้มากน้อยเพียงใด ต่อเมื่อได้ยินอยู่บ่อยๆหรือได้ยินซ้ำๆเข้าก็จะค่อยโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเห็นคล้อยตามหรือกระตามได้ วิทยุกระจายเสียงมีความสำคัญในทุกโอกาส วิทยุมิอิทธิผลทั้งในทางบวกและทางลบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้เป็นเครื่องมือ ไม่ว่าในยามสงบหรือยามสงครามเราก็สามารถรับประโยชน์จากวิทยุได้ในโอกาสต่างๆ เช่น ความบันเทิง ความรู้ การแสดง ความคิดเห็น และถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ

การให้ความรู้และการศึกษาเป็นบทบาทที่สำคัญยิ่งของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานเบื้องต้นของการพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน สื่อมวลชนสามารถที่จะทำหน้าที่ในการให้ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการปรับตัวของประชาชนให้เข้ากับการพัฒนาสังคมได้ โดยการให้ความรู้แก่ประชาชนทั้งในเรื่องการ่านออกเขียนได้ การปรับปรุงการกินอยู่ และการประกอบอาชีพ สื่อมวลชนมีหน้าที่ในการให้ความรู้และการศึกษาแก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยถ่ายทอดวิชาความรู้ เพื่อพัฒนาบุคคลทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน เราสามารถได้รับความรู้รอบตัว ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพตลอดจนวิทยาการใหม่ๆจากรายการวิทยุ กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ในขณะเดียวกันรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ก็สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อหลัก หรือสื่อเสริมของการเรียนการสอนในห้องเรียนได้เช่นกัน

ปัจจุบันนี้ได้เกิดประเด็นสำคัญที่เป็นผลกระทบทั้งทางด้านดีและไม่ดีจากการรับการสื่อสารผ่านทางวิทยุกระจายเสียง เนื่องจากเป็นสื่อที่มีการเข้าถึงผู้ฟังได้มากกว่าสื่ออื่น จึงทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงรูปแบบของรายการวิทยุเพิ่มขึ้น จนเกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงระหว่างคลื่นรายการด้วยกัน ที่เป็นการกระทำเพื่อธุรกิจและผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ใช่เพื่อการบริการ จนทำให้เกิดประเด็นสำคัญในด้านต่างๆในสังคมปัจจุบัน เกี่ยวกับการสื่อสารผ่านทางวิทยุกระจายเสียง ซึ่งประชาชนผู้ฟังข่าวสารทางวิทยุย่อมมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นด้านลักษณะทางประชากรศาสตร์ หรือทัศนคติ เจตคติในการมองเรื่องต่าง การแปลความหมายของสารอาจจะแตกต่างกัน ซึ่งสื่อจึงเป็นสิ่งสำคัญในการส่งข่าวสารที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ผู้ฟัง